วันสบายๆของนาย Arm`~

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556


ความหมายของรูปด้าน

รูปด้าน หมายถึง การมองวัตถุให้เกิดเป็นภาพ 2 มิติ เกิดจาการฉายวัตถุแต่ละ
ด้านออกมาเป็นภาพเขียนแบบที่สามารถวัดขนาดของความกว้าง ความยาว ความลึกและ
ความสูงของวัตถุได้ ทำให้การเสนองานเขียนแบบชัดเจนมากขึ้น
รูปด้านเกิดจาการลากเส้นตรง
ต่าง ๆ จากวัตถุฉายไปยังฉากรับภาพ ทำให้
เกิดภาพบนฉากรับภาพเป็นภาพ 2 มิติ
ฉากรับภาพจะอยู่ด้านบน ด้านข้าง ด้านหน้า
หรือด้านอื่น ที่เราต้องการแสดงภาพซึ่งเรา
สามารถวัดขนาดได้โดยการบอกมาตราส่วน
ย่อขยายในแบบนั้นด้วย โดยวิธีฉายเส้นขนาน


โปรแกรม Archicad
Archicad แตกต่างจากโปรแกรมออกแบบอื่น ๆ คือ เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับงานออกแบบ - เขียนแบบทางด้านสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ ลักษณะการทำงานจะเป็นการสร้างชิ้นงาน 3 มิติของ อาคารทั้งหลัง โดยภายในโปรแกรมได้เตรียมคำสั่งที่ใช้สร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ของอาคารมาให้ เช่น เสา พื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง หลังคา และอื่น ๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดค่าหรือปรับเปลี่ยน ให้ตรงกับความต้องการ หลังจากที่สร้างชิ้นงาน 3มิติของตัวอาคารแล้ว ก็จะได้แบบแปลน 2 มิติ ของแต่ละชั้นรวมถึงรูปตัด, รูปด้านต่าง ๆ ทันที และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงลักษณะหรือขนาดต่าง ๆ ของชิ้นงาน 3 มิติ แบบแปลน 2มิติก็จะปรับเปลี่ยนตามทันที ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดของ แบบแปลนและใช้เวลาในการทำงานน้อยลงอย่างมาก นอกจากจะใช้สร้างชิ้นงานและแบบแปลน แล้ว ยังสามารถสร้างงานนำเสนอผลงานในรูปแบบทัศนียภาพทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งภาพAnimation ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถแลกเปลี่ยนไฟล์งานกับโปรแกรมอื่น ๆ เช่นAutoCAD, SketchUp, Artlantis ได้ด้วย


วิดีโอตัวอย่าง

ภาพตัวอย่างผลงานจากโปรแกรม 3D MAX


ห้องนอน


ห้องนอนริมหน้าต่าง


ห้องนอน แบบมีห้องน้ำ




การเขียนแบบโดยใช้โปรแกรม 


ตัวอย่างการเขียนแบบโดยใช้ Auto Cad



ตัวอย่างการเขียนแบบ โดยใช้ Auto Cad 2007

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556


Interior Architecture และ Interior Design

Interior Design เป็นวิชาชีพ ที่ต้องมีใบอนุญาติ โดย สมาคม theNational Council for Interior Design Qualification หลักๆ ของหน้าที่คือ การปรับแต่งสภาพแวดล้อมของ พื้นที่ภายในอาคาร โดยการปรับเปลี่ยน พื้นผิว และองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งจะต้องผ่านทางการใช้ข้อความสื่อสารและ การเขียนแบบก่อสร้าง รายการประกอบแบบ คำว่า Interior Design เป็น term ที่คนรู้จักกันมากและใช้อย่างแพร่หลาย ในระดับการประสานงานทางวิชาชีพ ระหว่างวิชาชีพที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง ก็จะเรียกผู้ที่รับผิดชอบด้านการออกแบบพื้นที่ภายในว่า Interior Designer เพราะฉะนั้น ความหมายของ Interior Designer น่าจะชัด โดยส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องการศึ่กษานั้น จะเป็นระบบ สี่ปี และจะเป็นการศึกษาที่ยืนอยู่ในภาคของตัวเอง ไม่อิงกับคณะอื่นๆ ดังนั้น สาขาการศึกษาและวิชาชีพของ Interior Designer นั้น ชัดเจนมาก กรอบการทำงานก็ชัดมากคือ รับผิดชอบในเรื่อง FF&E หรือ Furniture Finishing and Equipment

ในขณะที่ Interior Architecture นั้นเป็น ศาสตร์ที่คนพยายามคิดขึ้นมาเพื่อ เชื่อม ช่องว่างระหว่าง Architecture หรือ สถาปัตยกรรม กับ Interior Designer หรือ มัณฑนากร ซึ่งทั้งสองศาสตร์ในรอบ เกือบๆ 30 ปีที่ผ่านมามีองค์ความรู้ขยายไปอย่างมหาศาลมาก เนื่องจากการพัฒนาระบบอุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ อะไรก็แล้วแต่ ทำให้ คนจากทั้งสองวงการรู้สึกมีช่องว่างทางการสื่อสารขึ้นมา เลยพยายามจะหากลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมาปิด ช่องว่างตรงนี้ ก็คือเป็นคนที่เข้าใจหลักทางวิทยาศาสตร์เรื่องโครงสร้าง เรื่องงานระบบทั้งหลายดี แต่จะเนั้นเรื่องสภาพแวดล้อมในอาคารมากกว่า ก็คือเหมือนกับ สถาปนิกที่เราต้องประสานงานกับ วิศวกร (ซึ่ง Interior Designer ไม่ทำ เขาจะคุยกับสถาปนิกคนเดียว) และ ก็เน้นการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในด้วย ซึ่งเป็นกรอบการทำงานของ Interior Designer ฟังดูก็น่าจะเป็นวิชาชีพที่ดี ทีไ่ด้อยู่ทั้งสองโลก

แต่่ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นคือเรื่องของ Term ในทางกฎหมายอีกนั่นเอง เพราะบุคคลที่จะใช้คำเรียกตัวเองได้ว่า สถาปนิก หรือ Architect ซึ่งได้กรณีนี้คือ Interior Architect คุณต้องได้รับใบอนุญาติ จาก National Council of Architectural Registration Board ซึ่ง ในกรณีนี้ คุณก็ต้องไปสอบ แล้วพอคุณเป็นสถาปนิก คุณจะเีรียกตัวเองว่า เป็น Interior Architect ก็ไ่ม่มีใครว่าอะไร เพราะในทางกฎหมายคุณคือ Architect เฉยๆ ในขณะเดียวกัน คุณจะเรียกตัวเองว่า Interior Designer ก็ไม่ได้ เพราะ คุณต้องได้รับ ใบอนุญาติ จาก NCIDQ ที่ได้กล่าวไปแล้ว ถ้าคุณไปสอบผ่าน ก็ไม่มีปัญหา คุณก็จะกลายเป็น Interior Designer ตามกฎหมาย

เพราะฉะนั้น สรุปคือ ถ้ามองในการศึกษานั้น Interior Architecture จะ เป็นสาขาที่ดี เพราะคุณได้ สัมผัสทั้งสองโลก แต่ถ้าจบออกมาจะทำงานเหมือนแบบที่เรียนมาจริงๆ จะยาก เพราะสองโลกที่ว่า เขาจะบังคับให้คุณเลือก หรือไม่ก็ต้องเข้าร่วมมันทั้งสองโลกเลย จึงจะได้ประกอบวิชาชีพแบบที่เรียนมาจริงๆ

รู้สึกว่าในสหรัฐ จะมีสาขาวิชาที่เปิดเป็น Interior Architecture จริงๆ สิบกว่าที่ แต่ละที่มีหลักสูตรแตกต่างกันออกไป เพราะไม่ีมีองค์กรที่มากำหนด มาตรฐาน ไม่เหมือนกับ สถาปนิก หรือ มัณฑนากร โดยตรง ที่มี องค์กรตรวจสอบมาตรฐานวิชาชีพมาวัดผลตลอดเวลา

การข้ามสองโลกในวงการการศึกษาเป็นเรื่องปกติ เพราะจุดประสงค์คืการต้องการให้ความรู้ นักศึกษาให้ได้มากที่สุด การประกอบวิชาชีพนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งข้างหน้า ตัวอย่างที่ชัดๆ ก็คือ ภาควิชา สถาปัตยวิศวกรรม หรือ Architecture Engineering ที่เปิดสอนที่มหาวิทยาลัยระดับ Top Class แบบ Perdue เป็นต้น สถาปนิกที่ประกอบวิชาชีพที่ ผมเคยรู้จักจบมาจากที่นี่ จะเข้าใจเรื่อง งานระบบและงานโครงสร้างลึกมาก เวลาออกแบบนี่ทุกอย่างจะแป๊ะไปหมด และผมรู้สึกว่า ในประเทศ เยอรมันก็จะเป็น 

งานภาพยนต์และสื่อทางโทรทัศน์

งานภาพยนต์และสื่อทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นงานที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะตัวละครที่สร้างจาก 3ds max จะมีความสวยงามและยืดหยุ่นสามารถปรับแต่งได้อย่างเป็นอิสระอีกทั้งยังสามารถใส่เอ็ฟเฟ็กต์ลงในภาพยนต์ได้ ดังเช่น
งานด้านการพัฒนาเกม ในปัจจุบันนี้วงการเกมได้มีการพัฒนารูปแบบเกมแบบ 3 มิติแทบจะทั้งหมดแล้ว เพราะทำให้ผู้เล่นเข้าถึงอารมณ์และบรรยากาศได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ใน3ds max จึงเป็นที่นิยมในการสร้างตัวละครของเกมเพราะทำให้เกมมีภาพที่สวยงามและสมจริงเป็นการดึงดูดคอเกมได้เป็นอย่างดี ดังรูป


3D MAX

โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ 3d มีชื่อว่า 3ds max  ซึ่งได้พัฒนามาโดยบริษัท AutoDesk Inc.โดยลักษณะพิเศษของ 3ds max ช่วยให้สามารถสร้างโมเดลได้ง่ายและสมจริง จึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการเกมส์และงานภาพยนต์ 
ความสามารถของ 3ds max
      งานทางด้านสถาปัตยกรรม 3ds max สามารถรองรับการใช้งานในด้านสถาปัตยกรรม ได้ดีไม่แพ้โปรแกรมตัวอื่นๆ เพราะมีการขึ้นรูปโมเดลที่ง่ายและรวดเร็ว และยังมีโมเดลสำเร็จรูปให้เลือกใช้งานมากมาย เช่น บานหน้าต่าง ประตูและต้นไม้ บรรได ฯลฯ ซึ่งจะเหมาะกับงานด้านการออกแบบ ดังเช่น